Skip to main content
OSOPF $0.00
OSOPF · Osotspa Public Co Limited
Track OSOPF — free
$0.00 At close · Sep 3
Market Cap
$1.48B
Shares
1.86T
Volume · Sep 3 100 Avg daily vol (1 sessions) 100
All webcasts

Earnings call · FY2026 Q2

Osotspa Public Co Limited (OSOPF) Q2 2026 Earnings Call Transcript

Concluded Aug 16, 2026 Audio replay
Aug 16, 2026 50:55 5 turns
Period
FY2026 Q2
Runtime
50:55
Sources
2 artifacts

Transcript & audio

50:55 Audio

สวัสดีค่ะ ท่านนักลมทุนทุกท่าน ขอต้อนรับเข้าสู่กิจกรรม Earnings Call การรายงานผลประกอบการประจำใจมารถ 2 ปี 2569 ของบริษัทโอสตสภาส จำกัดมหาชน วันนี้ได้รับเกียดจากท่านประทานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณพุทธ มุกดา ภัยรัชเวท สวัสดีค่ะ มุกดา ค่ะ CEO ค่ะ ค่ะ แล้วก็รักษาการกรูป CFO นะคะ คุณชมัยพอน วิริยาผู้สิทธิ์ ค่ะ สวัสดีค่ะ ชมัยพอน ค่ะ ค่ะ ระเหตุ of financial planning and supply chain finance นะคะ คุณจุธามาส พิทักธรรมนานค่ะ สวัสดีค่ะ จุธามาส ค่ะ ค่ะ แล้วก็ดิชัดนารึพอน อันรรณภงสุขนะคะ Hate of financial consolidation and investor relation ค่ะ ข้อใหญ่นะคะ เหมือนเช่นเคยก็คือมี Business Update นะคะ ก็จะ Update ภาพรวมของตลาด อุตสาหกรรม รวมถึงภาพรวมของธุรกิจและผลประกอบการที่เราประกาศไปนะคะ อันที่ 2 จะเป็นตัว Corporate Update นะคะ ก็จะเป็นในแง่ของความคืบหน้า ด้าน ESG ตัวรังวันต่างๆ แล้วก็กิจกรรมที่ทำเกี่ยวกับชุมชนนะคะ และอันสุดท้ายก็คือในแง่ของ Outlook ที่เป็นในแง่ของคนระยุทธุรกิจที่ท่านการเติมโตในช่วงครึ่งปีหลัง แล้วก็คนระยุทธิ์ที่บริษัทกำลังเดินหน้าสำหรับปี 2569 นี้นะคะ แล้วก็จะเข้าสู่ช่วง Q&A นะคะ ซึ่งระหว่างนี้ถ้าท่านนักลงพุนมีคำถามนะคะ ก็สามารถพิมย์เข้ามาในช่องทางแชทได้นะคะ ก็เดี๋ยวหลังสักสบ presentation เราก็จะเข้ามาช่วงในตอบคำถาดกัน งั้นเดี๋ยวขอเริ่มในแง่ของภาพรวมตลาดในครึ่งปีแรก เราจะแบ่งเป็นในประเทศแล้วก็ต่างประเทศ ซึ่งในประเทศเราเห็นว่าภาพรวมกับบาทในครึ่งปีแรก เราเห็นความเป็น polarized market มากขึ้น ก็คือด้านหนึ่งเราเห็นผู้บริโภคจำนวนมาก มีข้อจำกัดในแง่ของกำลังซื้อ จากค่าของชิ้นยังมีระดับสูงนะคะ เพราะฉะนั้น Affordability แล้วก็ Availability ยังสำคัญมากนะคะในตลาดนี้ แต่ว่าในขณะเดียวกัน เราก็เห็นอีกกลุ่มผู้บริโภคหนึ่งที่พร้อมจะใจเงิน สำหรับสินค้าในกลุ่ม Health, Wellness แล้วก็ Lifestyle รวมถึง Longsitivity ชัดเจน แล้วก็มีกำลังซื้อที่มากด้วยเช่นกัน ซึ่งหลัก ๆ มันก็เลย Drive การเติบโต สำหรับครึ่งปีแรกเราเห็นการเติบโตในกลุ่ม FMCG ซึ่งเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคอยู่ประมาณ 1. 7% ถ้าเทียบกับดรายมาต 1 ติดลบนิดนึง ก็แปลว่าในใจมาต 2 เติบโตเยอะขึ้นมากๆ แล้วก็ FMCG ที่ไม่รวมตัว แอลกอฮอร์นะครับ เพราะแอลกอฮอร์เป็น category ที่ลดลง FMCG ไม่รวมแอลกอฮอร์โตอยู่ประมาณ 2. 4% ถ้าเทียบกับ ใจมาต 1 ก็ติดลกเช่นกัน ก็แปลว่าใจมาต 2 เติบโตมาถึงเกือบ 4% ใน FMCG เองก็จะมี category ๆ อันที่รวมอยู่ ซึ่งในนั้นก็จะมีอันที่เราเล่นอย่าง Beverage นะคะ Total Beverage คือเครื่องดื่มอยู่ประมาณ 5. 2% นะคะ ซึ่งหลัก ๆ การเติบโตของ 5. 2% พลักดันมาจากตัว Functional Drink นะคะ ซึ่งเป็น category ที่เราเล่นนะคะ Size อยู่ 7,800 ล้านนะคะ ตลาดก็เติบโต 20. 8% ซึ่งเติบโตค่อนข้างมาก หลัก ๆ ที่เราเห็นการเติบโตก็ผักดันมาจากตัวที่เป็น Premium ตัวที่สับรับ Health นะคะ ที่เป็น Healthy Drink No Sugar หรือที่มีส่วนผสมของ Protein นะคะ รวมถึงตัว NPD ใหม่ ๆ ที่ออกเข้ามาในตลาด ในขณะที่ category อื่น ๆ ที่เติบโตได้ดีก็จะมีเครื่องดื่มนะคะ น้ำผละไม้ แล้วก็ Soft Drink ส่วนตลาดที่เราเล่นอีกอันหนึ่ง คือ Energy Drink ก็เติบโตเช่นกันนะคะ ตลาดไซส์อยู่ประมาณเกือบ 23,000 ล้านนะคะ ก็ตลาดเติบโตอยู่ที่ 2. 6% ถ้าจำได้ในดลายมาต 1 เราบอกว่าตลาดเนี่ย อาจจะโตประมาณ 1. 0%เองนะคะ ซึ่งแปลว่าไตมาสองเนี่ยเติบโตได้ดี ซึ่งหลักๆเนี่ย ก็มาจากทั้ง Polar Life Market เองด้วยนะคะ มาจากคา premium ของตัว category ที่เติบโตรรวมถึงช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งเราเห็นว่าช่องทาง Super Hyper กับตัว CVS เนี่ยเติบโตได้ค่อนข้างดีนะคะ แล้วก็อีกอันนึงที่น่าสนใจก็คือช่องทาง traditional trade เอง ที่ติดลบมาตลอดในเดือนมิทุนาเนี่ย ก็เริ่มกลับมาเติบโตประมาณ 1% เดียร์ออนีกว่านะคะ ในส่วนของ Baby Liquid Soap เองนะคะ Personal Care จริง ๆ Total Personal Care เติบตัวประมาณ 1. 4% Baby Liquid Soap ตัวประมาณ 1% ซึ่งหลัก ๆ ก็ Drive มาจากตัว Premium เหมือนกัน แล้วก็ตัว Innovation ต่าง ๆ ที่เข้าไปในตลาด เพราะฉะนั้นกลยุษย์ในประเทศ เราก็ Focus ทั้ง 2 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านของ Mass ที่เป็น Core บวกกับการสร้าง Incremental Growth เพื่อจะผ่านตัว Premiumization แล้วก็ Innovation เพื่อตอบรับทั้งสองตลาด ในแง่ของตัวต่างประเทศ ตลาดหลักของเราคือเมียนมา ยังเป็นตลาดที่มีความ Challenge แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เห็นทิดทางการ Recovery ที่ดี หลังจากที่มีการเลือกตั้งเสร็จแล้ว เราก็เห็นว่าเขาเริ่มมีทาง Political แล้วก็ Economic Stability ที่ดีขึ้น Export เริ่มค่อย ค่อย รีซูม กลับมา เพราะฉะนั้นเราก็เลยเห็นว่าตัว Recovery ยังไปต่อในช่วง Second Half ในขณะเดียวกันตลาดอื่น ๆ ก็จะมีทั้งลาว แล้วก็อินโดนีเซีย ยังมี Momentum ที่ดีมาก โดยเฉพาะลาว เราเริ่มเห็นเทรนด์ของผู้ปริโภคที่มองหาตัวเครื่องหนึ่ม ที่เป็น Value Added Beverage Proposition มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของ Functional Drink หรือว่า Wellness มากขึ้น ในธนาที่อินโนเซีย เราเห็นช่องทางการเติบโต ในช่องทางที่เป็น E-Commerce ผักดันการเติบโตของ FMCG ให้โตขึ้น นี่ก็จะเป็นภาพรวมของตลาด ในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ประกาศไป ก็จะสรุปสั้นๆ ว่าจริงๆ มันมีสถ้าแว่นลอมภายนอก ที่ยังมีความทาทายในระหว่างใต่มาน ไม่ว่าจะเป็นด้านในแง่ geopolitics ที่กัดหบกับต้นทุนต่าง ๆ ในขณะที่โอสตสัพทานสามารถช่วยบริหารจัดการ ตัว Commercial และก็ตัว Supply Chain ได้ยังมีประสิทธิภาพ ผักจานัดตากำไร และการ Generate Cash ที่ยังคงแข็งแกรก ก็เหตุวินหลัก ๆ ที่เราเพเชิญในรายมาก 2 ก็มี 3 ด้าน ด้านแรกเป็นในแง่ของการขัดแย้ง ทางนั้นภูมีรัฐษาส ซึ่งส่งผลให้มีความกดดันด้านห่วงส่วงอุปธาน แล้วก็กระทบกับค่าขนทรง ค่าระวังเลือก ราคาพลังงานรวมถึงปันสุพัน ในด้านที่ 2 ก็จะเป็นการบริโภคในประเทศ ซึ่งค่อยๆ ฝืนตัว แต่ว่าก็ยังช้าอยู่ และมีความรังมาดระวังมากขึ้นในการจับจัย แล้วก็ด้านที่ 3 ก็จะเป็นข้อจำกัด ซึ่งเราพระเชิรมาตั้งแต่ประมาณกรรมนีนา เป็นข้อจำกัดของการเปลี่ยนแปลงกฎ ในการนำเข้าวัดธุดิบเข้าไปในเมียนมา ซึ่งเป็นตลาดหลัก ทำให้สิ่งfriendly โอic notes federal ยังสามารถตอบสนอง ที่ค่อนข้างก็เร็ว ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งในแง่ของการตรวมศูนย์การผลิตที่เราทำมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เริ่มส่งผลอีในปีนี้ อีกอันนึงคือการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารจัดการผ่องสู้อุประทานตลอดสาย และมีวินัยในการใช้จ่ายงบด้านการตลาด การส่งเสริมการค้าที่เหมาะสม ในขณะเดียวกัน Regulation ที่มี Restriction อยู่ตอนนี้ เราก็พยายามหาช่องทางเพิ่มขึ้น ผ่านทางช่องทางชายแดน เพื่อร้องรับตัว demand ในเมียนมาน เพราะฉะนั้น ทั้งหมดทั้งมวลที่เราทำก็เลยผักดันให้กำไรสุดที เติบโตอยู่ที่ 8. 9% รายงานอยู่ที่ 1,100 แล้วก็เติบโต 8. 9% ถ้าเทียบกับเลขที่รายงานปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามนะคะ เรามีการปรับฐานของปีที่แล้วนะคะ เนื่องจากต้นปีนี้เรามีการปรับใช้มาตรฐานการบัญชีชบับที่ 21 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยนะคะ มีผลบังคับใช้ต้นปีนี้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงค่างบการเงินที่เมียนมาอาจารย์นะคะ เพราะฉะนั้นก็จะอิมแพร์กกับตัวภามาร์นะคะ เรามีการปรับเลขให้เทียบได้เป็นเหมือนบนฐานเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าเทียบบนฐานเดียวกันแล้ว 1,100 เนี่ยเติบโตอยู่ประมาณสัก 44 เปอร์เซ็นต์นะคะ ในขณะที่ Gross Margin เนี่ยทำได้ค่อนข้างดี แล้วก็เป็น All Time High นะคะ อยู่ที่ 42. 8 เปอร์เซ็นต์ในใจมาร์ส 2 นะคะ ก็เพิ่มขึ้นทางเยียออนเยียแล้วก็คิวออนคิว ในขณะที่ Core Operation เอง อย่างตัวหลัก คือเครื่องดื่มในประเทศ แล้วก็ตัวของใช้ส่วนบุคคลที่เป็นเซ็กเมนต์หลัก รวมกันก็เติบตัว 6. 3% ในดลายมาท 2 แล้วก็ในครึ่งปีแรกก็เติบตัว 8. 5% ต่างประเทศมีความผดตัวลง 12. 6% สำหรับดลายมาท 2 แต่อย่างไรก็ตาม อันนี้ก็เกิดที่เราไม่สามารถจะ supply ของเข้าไปได้นะคะ ถ้าไม่ได้รวมภามาร์เนี่ย ก็จะเติบตัวที่ 19. 5% on-air ในใจมารถ 2 ค่ะ สำหรับผลประกอบการโดยรวมในแง่ของหลายๆ ครีเมเชอร์นะคะ ก็จะสะท้อนว่าจริงๆ เรามีวิวัฒนาการที่ดีมากนะคะ ผลประกอบกันในแง่ของงบกำไรผัดทุนเอง รวมถึงทานการเงินค่อนข้างแข่งแกรง ไม่ใช่แค่ตัวกำไรอย่างเดียวนะคะ ถ้าดูในหลายๆมิติพอมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของรายได้ ตัวมาจินเองรวมถึงตัวแคชนะคะ ก็ค่อนข้างแข่งแกรงทั้งหมดนะคะ ในแง่ของตัวร้ายได้นะคะ ถ้าเป็นตัวคอยอย่างตัวเครื่องดื่มในประเทศ และก็ Personal Care ในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 9,364 นะคะ เติบตัว 8. 5% นะคะ Gross Margin เองก็เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 42. 6 เพิ่มขึ้น 150 เป็นจิตส่อยนะคะ แล้วก็ SG&A to Sale เนี่ย อาจจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้ายมากหนึ่งนะคะ แล้วก็ในแง่ของ Absolute Term ก็ยังสามารถ Maintain ในขณะที่ Core Profit สำหรับครึ่งปีแรก อยู่ที่ 2,257 ล้าน เพิ่มขึ้น 14% จากเลขที่รายงานปีก่อน แต่ถ้าปรับเป็นฐานเดียวกัน ปรับเลขปีที่แล้วให้เป็นฐานเดียวกัน เราเติบตัวถึง 42. 6% แล้วก็อีกอันที่เราตั้งเป้าตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก็คือเราพยายามจะลด Working Capital แล้วเพิ่มลดตัว Cash Cycle ให้เร็วขึ้น ซึ่งเราก็ทำได้ดี จาก 80 วันปีที่แล้วลงมาหลือ 51 วันในปีนี้ ก็เป็นการที่โชว์ว่าเรามี Operation ที่ค่อนข้าง Discipline แล้วก็มีการจัดการ Working Cap ได้ดีอย่างมีในอย่าสำคัญ ในแง่ของรายได้ Breakdown ก็จะเหมือนกันว่า ปีที่แล้วเรามีเลขที่รายงาน แต่ว่ามีผลกระทบจากอักตาแรกเปลี่ยนที่เอามา Convert เพราะฉะนั้นถ้าปรับให้เป็นฐานนี้ออกัน จาก 6,115 ล้านที่รายงานปีนี้เทียบกับฐานปีที่แล้วที่ปรับแล้ว อาจจะติดลบเล็กน้อยอยู่ที่ 0. 3% แทนที่จะติดลบประมาณ 10% สะทอได้เห็นถึงว่าตัว Core Operation ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มในประเทศของใช้ส่วนบุคคล สามารถลบการผดตัวลงที่มี Impact สักเมียนมาได้นะคะ รวมถึงตัว Export เองก็เติบโตได้ดีเช่นกันนะคะ รายได้ 161. 15 ก็เติบโต 8 ค่อนข้าง Flat เทียบกับปีที่แล้วค่ะ แล้วก็ First Half อยู่ที่ 12460 นะคะ ก็เติบโตถ้าเทียบกับถาดที่ปรับแล้วเนี่ย เติบโตว่ามัน 1. 7% ค่ะ ถ้าดู Bisegment นะคะ ก็จะเห็นได้ว่าในแง่ของ Year on Year ของ ตรายมาท 2 เติบโตในทุกๆ Segment ยกเว้นตัว International นะคะ ซึ่งตัว International หลักๆ ก็เกิดมาจากทางหน้าที่อยู่ในกลุ่ม CLMV ค่ะ ถ้าลงมาดู Bisegment นะคะ ในแง่ของเครื่องดื่มในประเทศ ก็จะเห็นว่าเครื่องดื่มในประเทศ เรามีการใช้กลยุษแบนด์ Portfolio ที่มีการแบ่ง Price-Tier Strategy หรือการแบ่ง Portfolio เป็นหลายๆระดับราคา มันช่วยให้เราสามารถขยายกุ่มผู้บริโภคให้ข้อบคุมมากขึ้น ไม่ใช่แค่การเพิ่มราคาอย่างเดียว ก็สถอนว่าอันนี้มันช่วยไปกับการเติบโตของตลาดที่เป็น Polarize ก็คือใช้ Multi-Tier Pricing Strategy นะคะ ตอบโจนก็ทำให้ ทั้ง Energy Drink แล้วก็ Functional Drink เนี่ยเติบโต Year-on-Year ได้ในใจมารถสองนะคะ แล้วก็ระดับราคาอย่าง Energy Drink เนี่ย 10 บาทเนี่ย สำหรับโจน Affordability ได้นะคะ แล้วก็ในขณะที่ 12 บาทเนี่ยก็ยังเป็น mainstream flagship แล้วก็เป็นฐานหลักของตลาดนะคะ แล้วก็ตัว 15 บาทขึ้นไปก็เป็นอันที่เราพยายามใช้เป็นพื้นที่ในการ innovation recruit ตัว consumer ใหม่ๆ อย่าง younger generation แล้วก็สร้างตัว premiumization ในคราวเดียวกันนะคะ ก็นอกจากดี core business ของเราเองนะคะ ก็เราต้องสนับสนุนจากพวก marketing strategy ที่เรายังใช้ data driven อยู่นะคะ แล้วก็พวก Event, Music, Marketing ต่างๆ รวมถึง Underground ปีนี้เราก็ยังทำอย่างต่อเนื่อง ก็เน้นการใช้ความ Consistent แล้วก็เข้าถึงผู้บริโภค ในส่วนของตัวของใช้ส่วนบุคคล เราทำข้างๆเยอะ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของ Category Expansion ก็คือขยายตัวกลุ่มสินค้า เดิมเราเป็น Key Player หลักๆ ใน Baby Liquid Soap ก็คือสบูเลวสำรับเด็ก ตัวแป้งสำหรับเด็กค่ะ ตอนนี้เราเริ่มขยายเข้าสู่แชมพูแล้วมีแป้งสำหรับหน้าด้วยนะคะ รวมถึงตัวอื่นๆ ที่กำลังตามนะคะ ซึ่งตัวพวกนี้ มันก็จะ แล้วก็เราใช้แบรนด์อัลตามายในการขยายเพิ่มสำหรับกลุ่ม Adol female adult ก็จะทำให้ได้กลุ่มลูกควาที่กว้างขึ้น แล้วก็ตัวสินค้าเองก็สามารถ Premiumize ได้เพิ่มเติมขึ้น ทำให้พลักดันตัว Gross Margin ของตัว Personal Care ได้ดีกัน ก็พวกนี้ยังคงเป็น Growth Engine ที่ดี แล้วก็เรายังใช้อย่างต่อเนื้อง ในรายมาส 2 เองรายได้อยู่ที่ 785 ล้าน เติบโต 8. 3% Year on year แล้วก็ในครึ่งปีแรกก็เติบโต 8% โดย BabyMai เองก็เติบตัวเป็น Double Digit นะคะ ในแง่ของตัวต่างประเทศนะคะ เราอยากแยกเป็นสองส่วนให้ชัดเจนนะคะ อันแรกคือ Pharma ซึ่งเรามีข้อจำกัดในการนำเข้าวัทธุดิกเข้าไป ซึ่งข้อจำกัดเนี้ยเรายังมองว่ามันเป็นชั่วคราวนะคะ เพราะว่าสถานการณ์ตอนนี้ที่เราเจอก็เหมือนเริ่มดีขึ้นดำลำๆนะคะ ซึ่งการจำกัดการน้ำเข้าทำให้เราไม่สามารถผลิตเพื่อตอบสนองดิมันด์ได้เต็มที่ ก็เป็นปัญหาเรื่อง supply มากกว่าดิมันด์ ในส่วนที่สองคือตลาดนอกพระมาทยังคงเติบตัวได้ดี ไม่ว่าจะเป็นลาว อินโดรหรือตัวเอ็กสปอร์ตเอง เพราะฉะนั้นในมุมมองระยะกลางของเราต่อตลาดต่างประเทศไม่ได้เปลี่ยน ยังคงเป็น Strategy Growth ที่เรายังมุ่งมั่นพัฒนาตลาดอย่างต่อเนื้อง แล้วก็หนึ่งใน Strategy ที่เราทำ อย่างปีนี้ที่ผ่านมาไทยเฟ็ก เราก็มีการไปออกไทยเฟ็ก ก็เดี๋ยวขอโชว์เป็นภาพ Recap สั้นๆ ให้เห็นบรรยากาศของงาน อันนี้เป็นบรรยากาศในงาน แล้วก็ในงานเราก็ได้รับการตอบรับอย่างดี จากทั้ง supplier แล้วก็ตัวรุกค้าเองนะคะ ก็มีความสนใจในแง่ของ product ที่จะเอาไป export ดีกัน อีกส่วนหนึ่งในแง่ของตัวกำไรนะคะ กราฟนี้ก็จะโชว์ให้เห็นว่าตัวกำไรที่ดีขึ้นมาจากอะไร ซึ่งหลัก ๆ เราบอกว่าเรามีรายงานกำไรอยู่ที่ 1,010 ในปีที่แล้ว ใจมารถ 2 แล้วก็จริง ๆ เรามี impact จากการปรับมาตรฐานการบัญชี เพื่อให้เป็นฐานเดียวกันเพื่อให้ compare life for life ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าปรับแล้วกำไรเราจะเหลืออยู่ 761 ล้าน จาก 761 ล้านปีที่แล้วมาถึง 3 ลีใจมารถ 2 อยู่ที่ 1,100 เพิ่มขึ้นมาเกือบ 340 ล้าน ซึ่งหลักหลักก็จะเห็นว่าระหว่างทางที่ขึ้นก็มาจาก cost efficiency ที่ทำได้ดีขึ้น แล้วก็ SCNA ที่เรามีการลดลงอย่างสำหรับสำคัญ ซึ่ง cost and efficiency ต่างๆ รวมถึง price volume mix ที่อาจจะลดลงนิดหน่อย ก็ทำให้เรา drive ตัว cross margin ได้ดีถึง 42. 8 ที่เป็น record high ซึ่งไม่ได้มาจากส่วนเดียว หลักหลับก็มาจากตัวที่เรารวมศูนย์ การผลิตไปอยู่ที่อายุทยา ประกอบกับเราเพิ่ม Efficiency ประสิทธิภาพการผลิตให้ได้อัลพุทที่ดีขึ้น ในคอร์สที่เท่าเดิม หรือคอร์สที่ลดลง ก็ได้ Efficiency ที่ดีขึ้น รวมถึง Supply Chain ที่เรามีการจัดการต้นทุนวัตถุดิต มีการล็อกราคาร่วงหน้าสึกสาม ภาพรวมตลาด แล้วก็มีการ forecast ราคาไว้ก่อน อีกอันนึงเป็นการทำโปรโมชั่นต่าง ๆ ที่ปรับตามสภาพเศรษฐฐกิจ รวมถึงตัวสินค้าด้วยนะคะ เพราะว่าต้นไตรมาก เราเผชนกับปัญหาที่วัตถุดิบอาจจะมีการขาดแค้นนะคะ เพราะฉะนั้นเราเลยมีการปรับลดโปรโมชั่นเพื่อให้เหมาะสมนะคะ รวมถึงตัว Channel Mix ซึ่งอันนี้ก็คือช่องทางค้าปรีกนะคะ ในช่องทาง traditional trade ซึ่งที่บอกว่าตลาดกลับมาเติบโตในช่องทาง traditional trade ตั้งแต่มีไทยช่วยไทย plus ซึ่งข้อเนี่ยก็จะช่วย drive ในแง่ของ margin เพราะว่าถ้า traditional trade เติบโตเป็นช่องทางที่เราทำ margin ได้ดี ในส่วนของถ้าเทียบกับใจมารถหนึ่ง cost margin เองก็ยังอยู่ที่ 40 ถ้าเทียบ ก็ปีที่แหละควาตัด 1,157 นะคะ เราก็ยังได้ cost efficiency เข้ามา offset ชดเชยกับ ตัว price volume mix ที่อาจจะลดลงนะคะ แล้วก็มีการ saving จาก SDNA ได้ส่วนหนึ่งนะคะ แม้ว่ากำไรลดลง แต่เรามั่นใจว่าใน quality ของ profit เนี่ย เรื่องแข็งแกล่งขึ้นนะคะ ก็จากทั้งหมดทั้งมวลก็ส่งผลให้ในครึ่งปีแรกกำไรเนี่ยเติบโตนะคะ ถ้าปราบให้เป็นฐานเดียวกันแล้ว หากตัวกำไรที่เป็น non-cobs ที่ปีที่แล้ว เรามีประมาณ 295 ล้านจากการขายตัวโรงงานขวดแก้วในเมียนมาไป 295 ล้านก็อยู่ที่ 1582 ล้านเป็นเลขครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว เทียบกับปีนี้อยู่ที่ 2257 ก็เติบโตมาจากทั้ง price volume mix ซึ่งหลักๆก็เป็น volume ที่ดีขึ้นในประเทศ Cost Efficiency ทั้งการรวมศูนย์การผลิต Operation แล้วก็ตัว Promotion รวมถึง Supply Chain แล้วก็ Channel แล้วก็ SDNA ที่เรามีการคุมต้นทุนการ Spending ของตัว Marketing Spending ได้ดีขึ้น ในแง่ของ Balanchise ถานะการเงินเรายังมีสถานาที่แข่งแกล่งมาก Working Cap ที่เราพยายามจัดการ ทำให้ Inventory เราลดลง จากสิ่นปีที่แล้วก่อนข้างเยอะ บวกกับมีการได้ Cash Flow เข้ามาเยอะ เราก็เอาไปชำลัดนี้ จับสถาบันการเงิน ก็ทำให้เรามี Sun Liquidity แล้วก็มี Balance Sheets Capacity สำหรับ Dividend ตัว Investment แล้วก็ Growth Initiative ในอนาคต ในแง่ของกระแสงเงินสด ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่สำคัญ ซึ่ง Operating Cash Flow เราอยู่ที่ 3,700 ล้าน ก็แข่งแกร่งมาก แล้วก็มีการสำแคสไซโคลที่ลดลงด้วย ก็สะท้อนว่าตัว Earning Quality มี Cash Conversion ที่ดีลองรับ ไม่ใช่แค่ Accounting Profit แล้วก็ตัว ROE เองก็เติบโตขึ้นเหมือนกัน ในแง่ของผลการนำเนินงานต่าง ๆ ที่กล่าวไปแล้ว รวมถึงฐานะการเงินที่แข่งแก่ง ทางคณะกรรมการบริษัท ก็เลยมีอนุมัติการใส่ปัญผลสำหรับครึ่งปีแรกอยู่ที่ 0. 45 บาทต่อหุ้น ก็สะท้อนที่เราพยายามผักกันการเติบโตของผลการดำเนินงาน แล้วก็ส่งผ่านแวรูให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ถ้าดูในกราฟก็คือตั้งแต่ 2024-25 จนถึงปีนี้ 2026 ในช่วง Interim Dividend ก็มีการเติบโตของ Interim Dividend อย่างต่อเนื่อง ต่อไปก็จะเป็น Addents ที่ 2 เรื่อง Corporate Updates ซึ่งก็จะขอ Update ความคืบหน้าในแง่ของ Sustainability โดย Sustainability ของเราก็จะบูรณาการเข้าไปเป็น 1 ในกลยุทธุรกิจ ซึ่งเรามี Roadmap 5 ปี ถึง 2030 โดยเราตั้งเป้าในแต่ละคี KPI ถึง 2030 โดยตัวหลักหลักก็อย่างเช่นตัว Water Usage Ratio ก็ตอนนี้เราทำได้ประมาณ 4. 18 นะคะ ก็ Target อยู่แค่ 3. 98 แต่หลักหลักก็คือทำยังไงให้ maintain แม้ว่าเราจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น หรือว่ามีการใช้เยอะขึ้น แต่ว่าพยายามทำให้ maintain ตัวเนี้ยแล้วก็ถึงเป้าได้ตลอดทั้ง 5 ปีนะคะ อีกอันนึงก็จะเป็น Sustainable Packaging นะคะ ก็เราพยายามปรับใช้ 100% Recyclable Packaging ในทุกผลิตภัณฑ์ของเรา ตอนนี้ได้ประมาณเกือบ 100% แล้ว อีกอันเป็น Consumer Health and Wellbeing ซึ่งก็คือตัวน้ำตาล ซึ่งปัติจุบัติตัว No Sugar ก็ค่อนข้างได้รับความนิยม และเป็นหนึ่งในตัวที่คนเริ่ม Perceive ใน Health and Wellbeing เพิ่มขึ้น ตอนนี้เราเริ่มปรับ Portfolio เพิ่มขึ้นเป็น Sugar Free หรือ Low Sugar ประมาณน้อยกว่า 5 กรามต่อ 100 ml ตอนนี้ก็ทำไปได้ประมาณ 40% ของพอร์ตซอลีโอ ในแง่ของรังวันก็บริษัทได้รับ recognition ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นตัว ESD เอง แล้วก็มีการจัดอันดับในแง่ของแรงค์เบอร์ 3 ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่น รวมถึงตัว M150 ที่ได้เป็น Winning No.1 Energy Drink Brand ก็พวกนี้เป็น Recognition ที่ได้รับ External Validation ทางในด้าน Sustainability Governance แล้วก็ Band Equity อีกอันนึงเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม โอสสภาห์เนี่ยเติบโตคู่กับสังคมไทยมานาน แล้วก็ทำ Community Engagement อย่างต่อเนื่องตลอดการดำเนินธุรกิจของเรา ก็ที่ผ่านมามีโครงการสนับสุนเกษตรกร สร้างอาชีพให้ผู้พิการ แล้วก็โครงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบของโรงการอายุพยาค่ะ ก็ตอนนี้ก็พยายามสร้างโรดที่เป็น Positive Impact กับ Stakeholder ที่อยู่ในรอบรอบธุรกิจไปด้วยกันนะคะ อีก Agenda หนึ่งก็จะเป็นที่มุมมองในกลลยุษในช่วงครึ่งปีหลัง แล้วก็การเติบโตที่เรากำลังสร้างอยู่นะคะ หลักหลักกลลยุษของเรามี 2 อันนะคะ หนึ่งคือเราพยายามสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักนะคะ ซึ่งเป็นคอซึ่งตัวเนี้ยจะช่วยรักษาสเกลแล้วก็การเพิ่มการพย์นิเทสเข้าไปในตลาดนะคะ อีกอันหนึ่งเป็นขาพริมมันไหมส์นะคะสำหรับ New Growth ก็จะเป็น Growth Engine ซึ่งเราเห็นเทรนด์ในแง่ของ Health, Wellness, Lifestyle นะคะ ซึ่งพวกนี้เราก็จะมี Key Enabler อย่าง Innovation, Distribution การเติบตัวในต่างประเทศรวมถึง People and Culture ตัวนี้ก็จะเป็น Framework ทั้งหมดที่เราจะเติบตัวต่อไป ในช่วงๆ ต่อๆ ไป สำหรับตัว Strengthen the Core เราต้องรักษา Affordability และเวลาวันกับ Mass Market ซึ่งเป็นถาลูกค่ายใหญ่ของโอสวนสภาพ แต่ขนาดเดียวกัน เราก็พยายามจะ Leverage ตัว Health, Wellness แล้วก็ Lifestyle Proposition เพื่อที่เราจะขยาย Value per Consumer ให้มากขึ้น บวกกับเพิ่มตัว Occasion ในการใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเพิ่มขึ้น ก็อยากจะมีส่วนร่วมในถูกฤุกิจกรรมของผู้ผลิโภค นอกจากนี้เราก็จะเห็น Trend เพิ่มขึ้นในแง่ของเครื่องดื่ม หรือ Event ของใช้ส่วนบุคคล ยังเครื่องดื่มเอง ตัวที่เป็น Premium Tier เนี่ย ตัวที่สินค้ามากกว่า 12 บาท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มบำลุงกำลัง หรือ Functional Ring เนี่ยเติบโตมากๆ นะคะ เติบโตมากกว่าตลาด แล้วก็เริ่มมีสัตวนของตลาดที่เพิ่มขึ้นนะคะ ซึ่งใน Portfolio ของโกสุทธภาเอง ก็เป็นไปในทิปทั่งเดียวกัน อย่างเรากำลังจะสร้าง New Proposition ใหม่ New Occasion ใหม่ ๆ รวมถึง New Consumer Group ใหม่ ๆ อย่าง M Sparking เอง เราก็พยายามจะเข้าไป มีส่วนร่วมใน Refreshment Occasion มากขึ้น หรือว่า Ripple ไว้ตั้นดี เรามี 150ml 15 บาท รวมถึง Zero Sugar พวกนี้ช่วยเติมเต็ม แล้วก็ Improve ตัว Portfolio ของเรา ให้เติบโตเป็น Double Decid รวมถึงเต็บทีมที่ช่วยในแง่ของสมอง และประสาฐก็เติบโตได้ดี ดับโปลดีจิตเช่นกัน เราก็จะมี Innovation เข้ามาในตลาดเรื่อย ๆ รวมถึง Baby Mind เราก็พยายามจะอยู่ใน Life Cycle ของผู้บริโพลเดิม เราอาจจะอยู่แค่ Baby ตอนนี้เราเริ่มขยาย สูง Kids Adult รวมถึง Proactive Adger ก็อย่าง Adult เองผ่านแบรนด์ Altomine ซึ่งตอนอย่า Contribution อยู่ประมาณสัก 10% ของ Total Personal Care แล้ว แล้วในครึ่งปีแรกก็เติบโตเป็น Double Decid เช่นกัน ก็ไม่ได้ผยายแค่ Consumer นะคะ ผยายในแง่ของ Category ด้วยไม่ว่าจะเป็นตัว Shampoo หรือ Even Feminine Wash ในแง่ของ New Product ที่เราจะออกในใจมารถสับ ก็อันนี้เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ ยังมีกำลังคำมิ่งมาอีกนะคะ ก็อย่างอันแรกก็จะเป็น M Sparkling นะคะ ซึ่งตัวเนี้ยก็จะเป็น New Flavor เป็น Strawberry Friest ก็จะเป็น Zero Sugar แล้วก็ Target ผู้บริโภคยุกใหม่ ไม่มีน้ำตาลนะคะ แล้วก็เริ่มลองขายในช่องทางที่เป็น Mac Pro เท่านั้นนะคะ ก็ขายเป็น Pack นะคะ อาจจะไปตามลองชิมกันได้นะคะ อีกอันหนึ่งเป็นเป็บทีน ซึ่งก็เป็นผู้บริโภคยุกใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ แล้วก็การใช้ชีวิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ใช้ซอยเป็บทไทยเป็นสุดเด็ด ซึ่งอันนี้ก็จะมี New Product ออกมาในไตรมาตรสะ แล้วก็ Exit เองค่ะ ก็เป็นน้ำหอบสำหรับผู้ชาย ก็มีกลิ่นที่ค่อนข้างดี แล้วก็ให้ impression ที่ดี หลวมถึง Boost Energy, Boost Confidence ของผู้บริโภค อีกอันหนึ่งที่จะมีคำถามมากขึ้น เพราะว่าที่ผ่านมาในดรายมาสสอง เรามีผลกระทบจากเมียนมา จากการที่เราไม่สามารถนำสินคาเข้าไปได้ เพราะฉะนั้นอันนี้จะมาอันดรสตัวอิชู่่นั้น ก็คือตัว Import License ตอนนี้จนถึงเดือน 8 เราเริ่มได้รับการทยอยอนุมัติเพิ่มขึ้นจากที่ผ่านผ่านมา เพราะเลยทำให้ตัว Local Production เราเริ่ม Ram Up ขึ้นมาแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน เราก็มี Tactical Response เหมือนกัน ก็คือเริ่มมีผลิตในประเทศไทย เพื่อเอาไปส่งออก เป็นช่องทางที่เพิ่มขึ้นในแง่ของช่องทางชายแดน อีกอันหนึ่งแนะคน เราก็ยังมีการพร้อมที่จะลงทุนตัว New Production Line เพื่อลองรับตัว Multi-Tier Pricing ในประเทศเองด้วย ซึ่งอันนี้เราก็กำลังดำเนินการศึกษา แล้วก็เพิ่มเติมอยู่ โดย Sourcing เราก็กำลังเริ่มหา Sourcing ในประเทศ เพื่อที่จะลดภาระของการที่ต้อง Import เข้าไป ในแง่ของอีกอันที่เรามีการประกาศข่าวมาก่อนหน้านี้ เราก็มีการ Strategic Partner ร่วมกับ CP Extra เป็น Landmark ใหม่ในย่านรำคำแหง ก็จะเป็นพื้นที่ที่ดินโรงงานเก่าของเราตรงหัวมาก ซึ่งเรามีการย้ายไปรวมศูนย์การผลิตที่อายุทยา ซึ่งเป็นพันธ์หนึ่งของพื้นที่ที่อาจจะไม่ได้ใช้ เพราะฉะนั้นเราเลยพยายามทำ Asset Optimization ก็จะปลดล็อกตัว 45 ไล่ เพื่อ benefit ทางเศรษฐกิจในระยะยาว ก็อันนี้ก็จะช่วย optimize ตัวพื้นที่ด้านหลังออฟฟิคของเรา สร้าง recurring income 30 ปี ก็จะ Generate รายได้เข้าสู่โอสดสภาษ แล้วก็อีกอันหนึ่งก็ลดภาละของ cost ในอนาคตเช่นกัน เพราะว่าถ้าปล่อยทิ้งเอาไว้ก็จะมีค่าพันศีที่ดิ้น มีพวก write-off ต่างๆ หรือ แม้แต่ตัว inactive ก็จะมี idle depreciation ตัวนี้ก็จะลดพลาหลากของนานาคต รวมถึงอีกอันหนึ่งก็จะได้ benefit กับตัวสำนักงานปัจจุบันด้วยนะคะ ก็สร้าง value ให้พื้นที่ชุมชนใกล้เขียมนะคะ ก็จะเป็น retail space ในย่านนี้ที่ค่อนข้างใหญ่เลยนะคะ ก็ตักให้ลองติดตามนะคะ

ต่อไปขอเชิญคุณมุกดานะคะ สวัสดี ท่านผู้เถอผู้และนักลงทุน สำหรับปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่ง ที่เราก็ใช้กรยุษที่ดี เพื่อที่จะดรายฟทั้ง Top Line แล้วก็ Bottom Line กรยุษของเราในปีนี้ ในการที่จะเป็น Growth Engine ก็จะเห็นทุกท่านคงเห็นแล้ว เราได้ยินแล้วว่า เราก็ทำได้ในหลายๆส่วน เพราะฉะนั้นเราทำจากอะไรบ้างนะคะ ขอ Recap สั้น ๆ แล้วกันนะคะ อันแรกเลยก็คือเรื่อง Root to Market นะคะ ในปีนี้เราทำหลายทะแอบจะทุกช่องทาง แต่ช่องทางที่โดดเด่นมาก ๆ ก็คือในช่องทางของ TT หรือ Traditional Trade ตอนนี้เราพยายามที่จะบุกเข้าไปในแง่ของ AN ขยาย Sub-AN1, Sub-AN2 ให้ควบคุมให้มากที่สุด นั่นคือเหตุผลที่ทำให้สัดส่วน และการเจริงเติบโตใน Channel Traditional Trade โตขึ้นอย่างที่คุณตารายงาน เฉพาะ Traditional Trade อย่างเดียวก็ Double ดีจิบไปแล้ว เพราะฉะนั้นกลยุษย์ของ Traditional Trade เราเติมที่จริงๆ แล้วก็ยังมีการลงทึงต่อเดือง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง แล้วในง่าของ Modern Trade เองก็ตาม เราโตไปกับ Modern Trade โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Convenience Store ให้แน่ใจว่าเราสามารถ Capture ได้ทุก ๆ ชาเนล ในแง่ของ Brand Enhancement เราทำเติมที่อยู่แล้ว ไม่ว่าจะในแง่ของการ Build ตัวที่เป็น Core Brand ของเรา หรือในลักษณะของ NPD เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในแง่ของสุขภาพ แล้วก็อะไรที่เป็นกลุ่มเบ้าหมายใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มเดิม ๆ ที่เรามีอยู่ เช่น Gen C หรือว่าคนที่เป็น White Collar ทางที่จะเป็น Blue Collar ตรงนี้จะเห็นว่า NPD ของเราออกมา อย่างต่อเนื่อง แล้วจับกุ่มเป้าหมายใหม่ทั้งนั้น Market Expansion อย่างที่คุณตาพูดว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตามประเทศ ซึ่งเราไม่ได้โฟกัสมากมายในหลายๆปีที่ผ่านมา ปีนี้ก็เป็นปีแรกที่เราเข้าไทยเฟ็ดนะคะ Result ดีมากนะคะ คืออย่างน้อยทุกคนรู้จักนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวก trader, importer หรือ retailer ใหญ่ๆ ที่มาจากทั่วโลก ก็รู้จัก M150 นะคะ หรือชาร์กของเรานะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย จะเห็นเลยว่าการเติบโตในแง่ของตามประเทศ เราเตรียมเต็มที่นะคะ อีกส่วนหนึ่งก็คือในแง่ของในประเทศเองก็ตามนะคะ เราก็เริ่มที่จะมีตลาดใหม่ ๆ ซึ่งเราไม่เคยแตะเท่าไหลก็คือเช่นพวก e-commerce อะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นตรงนี้เราเตรียมที่จะไปแทบออนในแง่ของ Whitespace หรือโอกาสของเราในการที่จะขยาตลาดใหม่ ๆ แล้วสุดท้ายที่สุดก็คือสิ่งที่เราทำได้ดีมากมาตลอดหลายปี ก็คือ Productivity, Cost Saving, Operations, Flexible, Resilience เพื่อให้เราโครบกับสถานการณ์ต่างๆในตลาบได้ เราก็ยังมี Margin ที่ดีขึ้น อย่างรกตัวอย่างปีนี้เราถือว่าสูงสุดแล้วในง่างของ Gross Margin 42. 8 นี่ถือว่าเป็น Back Record เลยใน 135 ปีที่เราผ่านมา เพราะฉะนั้นกรยุตของเราหลักที่เป็น Growth Engine ทั้งหมดที่ออกมาทั้ง 4 อัน ก็ Continue แล้วก็เติบโตในการที่จะเติบโตแล้วก็ Drive ทั้ง Top Line และ Bottom Line ได้ดี แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำให้มันเกิดตรงนี้ได้เพราะอะไร เพราะว่าเราพยายามพัฒนาคนให้ดี นะคะ องค์กร วัฒนะธรรมที่ดี สตรักเจอร์หรือโครงสร้างที่ดี แล้วเราสนับสนุน คนที่มีความสามารถเพื่อที่พัฒนาบุคลากรของเรา แล้วอันดับสองก็คือในแงกของ Digital Technology อย่างมิกี้ที่บอกว่าในแงกของ Traditional Trade ที่มันโตขึ้นมาได้ เพราะเราใช้ Technology เข้ามาช่วย เรามีระบบที่คุณissäomo ย่ายๆ ว่าสามารถที่จะขยายตัวนะคะทุกวันนี้เ Birdies เรามีล้านค้าเนี่ยranch ที่เราไปเย้นทั้งหมด 개� poquito 1,30 ล้านค้อนี้คือล้านค้าปรีกเลย ซึ่งอยู่ใ 연락ที่ห LOGO 浴 thanked Herr scar สำหรับปัจจุบันและอันekenถทอีกหลายปี เพราะว่า ถ้าเราสามารถที่จะ Mannage Community Control หรือว่า ควบคุมสารส์ไมงมายเลยไง ควม trash can before เราจะสามารถที่จะผลักกันสินค้าใหม่ ๆ นวัตกรรมใหม่ ๆ ลงไปได้ ซึ่งเราไม่ได้ rely on หรือว่าเพื่องพาเฉพาเฉพาะ hoseler หรือ agent ของเรา แต่ถ้าเราทำโดยที่ไม่มี technology ก็คงจะลำบาก เพราะค่าใช้จ่ายในหน่วยลดแพงมาก เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เรา upgrade แล้วระบบ dms ของเรา ให้มีความสามารถสูงสุด ทำให้ต้นทุนลดลงได้ถึง 30-40% แล้วสามารถที่จะขยาย พอลดลงได้ก็สามารถที่จะขยายจำนวนร้านค้า ให้มากกว่าที่เรามีอยู่ 1,30,000 ได้ เพราะฉะนั้นคือกลยุทธิ์ที่เราเตรียมไว้ในการที่จะขยาย แล้วก็ควบคุม Last Mile ของเราทั้งหมด โดยใช้เทคโนโลยี ไม่เพียงแต่เครื่องมือสำหรับทาง traditional trade ปีหน้าเราก็มีการลง SAP ตัวใหม่สุดล่าสวนเพื่ออะไร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบ้างขึ้นไปอีก แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือมีข้อมูลในการใช้ในการตัดสินใจ ในการวางแผน ในการวางกลยุษต่างๆ สุดท้ายของที่สุด ธุรกิจดีทุกอย่างดีหมด เรื่อง Governance เรื่องปัญญาฬิบายหรือในแง่การ protocol types ใช้ประสิ่งสักสรรณ์มาก ในแง่ของ Compliance ในแง่ของปริหารความเสี่ยง ในแง่ของ Internal Control สิ่งสุดที่ประสิทธิ์พล ทั้งหมดรวมตัว essentially ทำให้เราให้อัพเรธนан์ หรือในแง่ของ Profit ที่มี ในแง่ของ Margin Improvement แล้วสุดท้าย เมื่อเรามีกำไรมากขึ้น เรามี Productivity ที่มากขึ้น Cost Saving ที่มากขึ้น เราก็สามารถเอากลับมาเพื่อจะ Invest ต่อ ไม่ว่าจะในแง่ของ Technology อย่างที่บอก หรือการลงทุนในแง่ของนวัตกรรมต่าง ๆ การ Drive การกระจายสิงค้า Distribution ทั้งหมด เพราะฉะนั้นนั่งคือสิ่งที่เราทำเพื่อการเจริงเติบโตไม่ใช่เฉพาะวันนี้ แต่เพื่ออนาคตที่กำลังจะมาต่อไป อันนั้นก็คือภาพรวมสลุกในปีนี้ ว่าเราเองโอรวสธุษภาสามารถไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ เราพยายามที่จะไปให้สุดทางมากที่สุด สำหรับปีนี้ ซึ่งเป็น Foundation เพราะฉะนั้นในอีก 5 เดือนข้างหน้านี้เราก็ทำให้เต็มที่ที่สุด ในกลยุษที่ทำมาถูกทางแล้ว แล้วก็ปีหน้าเราก็จะทำให้มันหนักมากขึ้นนะคะ เพราะฉะนั้นคือสรุปแบบสั้นๆ ฟังในแง่ของกลยุษหรือ Growth Engine ของเราค่ะ แต่ที่สุดแล้วนะคะ ก็อยากจะประชาสัมพันธ์นิดนึงนะคะขอสไลด์ต่อไปค่ะ ที่เราเติบตัว โอสสภาษเติบตัวมาได้ เราอยู่ในประเทศไทยเรามา 135 ปี เราเติบโตเคียงบากเคียงไหลกับคนไทยในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่ปีพ.สองท์ 2434 จนถึงวันนี้ 135 ปีเต็มๆ จากรุ่นสู่รุ่นเพื่อให้แน่ใจว่าเราเป็นบริษัทคนไทยที่เติบโตในประเทศไทย ซึ่งเท่าที่ทราบนี่ เราคือบริسธเดียวสามารถถึงยืนหยัก แล้วก็จะเรินเติบโตอย่างตอนเนื่องมา อย่างภาคผมใจ เพราะฉะนั้น Σุดท้ายขอฝากไว้นะคะ ขอหน้าสุดท้ายเลยค่ะ ใน 35 ปีนี้ เราจะเป็น cannon เราจะเป็นประชากร เป็นบริสัตว์ที่ดีนะคะ แล้วก็อยู่ผู้คนไทย ตลอดไปค่ะ

แล้วต่อไปมากว่า 135 ปีกัน ขอบคุณค่ะ ขอบคุณพี่พี่มูก และคุณนารุพร ขอบคุณสำหรับ presentation ตรงนี้หน่อยขออนุญาต wrap up เร็วๆ ว่าเป็น 5 คีย์ไฮไลท์ ขมวดออกมาให้ฟัง ว่าจุดเด่นของรอบนี้มีอะไรบ้าง ข้อหนึ่งบริษัทเรา ธุรกิจหลักในประเทศเติบโตดีมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจน้ำดือ หรือว่าธุรกิจ PC เนี่ยนะคะ Personal Care เติมโตถึง 8. 5% ใน First Half นะคะ ข้อสอง Gross Margin High as Ever ที่ 42. 8% ซึ่งอันนี้ตามที่คุณนารุพอนก็ได้พีเซ็นแล้วว่า หลักๆ มันมาจากการที่เราเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เพื่อทำให้เกิด Efficiency, Cost Saving ต่างๆ รวมไปถึงการใช้จ่ายอย่างมีวินายของทั้งฝั่ง เรื่องการทำโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อเอ็นชัวว่าเรายังได้ Gross Margin ที่ตามที่เบ้าได้ทำไว้ ข้อ 3 จากการที่เรามีอัตตากำไรขั้นต้นสูง แน่นอนมันโฟล์ลงมาที่ Net Profit ทีนี้ดูว่า Earning Quality ของเราดีมาก อัตรากำไร ตัวของ 6 เดือนแรก ตัวถึง 42% เพราะฉะนั้นตัวเยอะมาก แล้วถ้าเราไปดูที่แบรนชีพ แบรนชีพแบรนชีพอย่างนี้ค่ะ Cash Conversion Cycle ของเรา Improve จาก 80 วันหรือ 50 วัน เพราะฉะนั้นเรามีฐานะทางการเงินที่แข็งแบรกมากนะคะ Move ไปข้อที่ 4 ข้อที่ 4 อาจจะมีคำถาบอยู่กับเรื่อง Prama ทีนี้เรื่องพระมาณที่มีเรื่อง Import License นี่ชั่ว ต้องเรียนอย่างนี้ว่าจริง ๆ แล้วสถานการณ์เริ่มขี้ขาย เพราะว่าปัญหามันมีมาช่วงปลาย Q1 กับต้นประมาณต้น Q2 ทีนี้ Import License เริ่มเข้ามาแล้ว เพราะฉะนั้น Q3 เราสามารถแก้ไขสถานการณ์ตรงนี้ได้ อีกทั้งเรายังมี Tactical Plan ต่าง ๆ ว่าเราผลิตจากในประเทศ แล้วส่งไปทางบอร์เดอร์ได้ ตรงนี้ก็จะช่วยเหลือ แล้วเป็น upside ให้กับของ ยอดขายของพระมาร์ ตัวสุดท้ายคือ Growth Engine Engine Growth ของเรามาจากอะไร ตัวคอหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ Beverage หรือตัว Personal Care เรายังคง Strengthen และ Ensure ว่ายังเติบโต เติบโตอยู่แล้ว และเติบโตอยากต่อเนื่อง ส่วนข้อ 2 ก็คือเรื่อง Premiumization เรายังออกสินค้าใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้า หรือตัวสินค้าเอง เพื่อ target ไปยัง premiumization ensure ว่า gross margin เราดีกว่าเดิม P&L improvement และรวมไปถึงข้อสุดท้ายก็คือ การขยายไปยังตลาดต่างประเทศ ให้มี mix ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื้อง ซึ่งรวมทั้งหมดนี้ก็จะทำให้ Growth Engine อย่างนี้ไหลลงมาให้กับ P&L แล้วเราก็มีกำไรที่ดีค่ะ งั้นเนื่องด้วยเวลาเหลือนน้อย เดี๋ยวมูฟไปทางคำถามเลยละกันนะคะ ขอตับง่ายง่ายก่อน คำถามพอแรกก่อน ยอดขายกำพูชาเป็นอย่างไร ปีนี้เราไม่มียอดขายกำพูชานะคะ ก็เรายังไม่ได้คิดว่าเราน่าจะสื่นตัวไหนในยะสัน ขอขอเสริม ในเรื่องของคำถามเกี่ยวกับเรื่อง Gross Margin เข้าใจว่าจะมีคำถามเข้ามาว่า New High นี้ที่ 42.

8% เราจะยังยืนในระยะยาวได้หรือเปล่า รวมถึง Trends ของ Q3 ด้วยเช่นกันว่าจะเป็นยังไง ก็ต้องบอกอย่างนี้ว่า Gross Margin ที่เราทำได้ดี คือมันเป็น Structural Improvement ที่เราทำจากการรวมไซส์ Location การผลิต ซึ่งก็ได้มาเรื่องของ Cost Efficiency ต่าง ๆ อันนี้นะคะ เวลาเราเริ่มทำแล้วเราก็จะต้องเห็นผลประโยชน์ระยะยาวอย่างแน่นอน ในแง่ของภาพ Q3 เราอาจจะมีต้นทุนบังรายการที่อาจจะสูงขึ้นบ้าง เราอาจจะยังเห็น pressure อยู่ ซึ่ง Q3 เองราคาบางส่วนที่ยังอยู่ในอัตตาที่สูงอาจจะเป็นในแง่ของ Plastic เพราะว่าจาก first half เราได้ saving ในเชิมของ strategic supply chain procurement ต่างๆ ที่เรามีการล็อกราคาล่วงหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งผลกระทบจากสงข้าม บางรายการอย่าง Plastic ก็อาจจะเห็น impact บ้างใน Q3 แต่ว่าโดยทิดทางแล้ว ด้วยราคาสลาดแล้ว ก็อาจจะเห็นย้อลงบ้างใน Q4 แล้วก็ overall เราก็มองว่า Total Year ยังไงกำไรขั้นต้นก็จะดีกว่า last year, full year แน่นอน ขอขยับไปคำถามถัดไป M ฝาเหลืองตั้งราคาขายใน 7-11 ที่ 13 บาทต่อควด สูงกว่าคู่แข่ง ขอทราบมุมมอง ค่ะต้องเรียนอย่างนี้ จริงๆแล้ว M 50 ที่ขายใน 7-11 มีฝาทองราคา 12 บาท

ฝาเหลืองราคา 10 บาท ช่วงที่มีโปรโมชั่นสำหรับฝาเหลือง อย่างเช่น 2 ขวดเหลือ 18 บาท ก็เฉลียก็จะเหลือขวดละ 9 บาท เพราะฉะนั้นราคาขาย 13 บาทไม่มีนะคะ แล้วก็คำถามถัดไป แรงขับเครื่อนกลุ่มเครื่องดื่มในประเทศที่เติบโต Year on Year เติบโตหลักจากแบรนด์ได้ ตอบได้เลยว่าเติบโตทั้ง 2 Category ไม่ว่าจะเป็น Energy Drink M150 Ripple เติบโตดีมาก หรือ Functional Drink ไม่ว่าจะเป็น Peptin หรือ Seewit ก็มีอัตตาเติบโตที่ดีมาก และคำถามถามว่าได้รับอันนี้ส่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคลัดหรือไม่ได้รับด้วย เพราะว่ามาตรการนี้ช่วยเหลือทางช่องทาง Traditional Trade เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือ ช่วยเหลือต้องแต่เดือน 6 เป็นต้นมานะคะ อัตตาแรกเปลี่ยน พระมาทไหมน้องเฮียงป่า โอเคแล้ว หมดไปล้าแล้วอ่ะ ก็ขอบคุณนะคะ สำหรับที่การติดตามนะคะ ก็ถ้ามีคำถามเพิ่มเติมก็ติดต่อได้มาทางช่องทาง AIR ไม่ว่าจะเป็น e-mail หรือโทรศัพท์ ก็วันนี้สวัสดีค่ะ

Full-screen source Call document